เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 04/06/2019
สถิติผู้เข้าชม 729,985
Page Views 919,698
สินค้าทั้งหมด 1
 

วิปัสสนาชุนี

วิปัสสนาชุนี

ในขณะปฏิบัติอยู่ เมื่อใดที่เราเข้าใจอารมณ์ที่กำลังกำหนดอยู่เฉพาะหน้าว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่มีตัวตนเป็นแก่นสาร แม้แต่อารมณ์ที่เราไม่ได้กำหนดรู้เราก็สามารถพิจารณาเปรียบเทียบได้เช่นกันว่า “ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ ก็มีสภาพเหมือนเช่นนี้แหละ ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ มีแต่ทุกข์ ไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา เป็นแต่เพียงสภาวธรรมที่เกิดดับเท่านั้น” การพิจารณาเช่นนี้เรียกว่า อนุมานญาณ ซึ่งเป็นญาณที่สืบต่อจาก ปัจจักขญาณ (อนุมานญาณ คือความรู้อาศัยการเปรียบเทียบ, ปัจจักขญาณ คือความรู้โดยที่ประจักษ์ด้วยตนเอง) สำหรับบุคคลผู้มีปฏิภาณน้อย หรือมีสุตะน้อย (ได้รับการศึกษาน้อย) หากไม่ตั้งใจพิจารณาจริง ๆ การพิจารณาโดยเปรียบเทียบ (ด้วยอนุมานญาณ) จะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะการพิจารณานั้นจะเกิดขึ้นมาก ๆ ก็เฉพาะกับบุคคลที่เอาใจใส่ และให้ความสำคัญกับมันเท่านั้น เช่น ในกรณีของบางคน การพิจารณาจะเกิดขึ้นทุกอิริยาบถที่กำหนดทีเดียว แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าหากการพิจารณาเกิดขึ้นมากเกินไป สมาธิจะไม่พัฒนาดีขึ้น ต้องใช้เวลานานกว่าจะพัฒนาขึ้นได้

ในขั้นของญาณนี้ แม้การพิจารณาจะเกิดขึ้นไม่มากก็จริง แต่เมื่อเราเข้าถึงญาณขั้นสูงกว่านี้ ก็สามารถที่จะเห็นสภาพต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วนั้นได้อย่างถ่องแท้ทีเดียว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับการพิจารณาในตอนนี้มากนัก แต่ให้เอาใจใส่กับอารมณ์ที่ตนกำลังกำหนดอยู่เท่านั้น ในขณะเดียวกัน หากมีการพิจารณาเกิดขึ้น ก็ขอให้ตามกำหนดอาการนั้นด้วย อย่าให้เผลอสติ

เมื่อพิจารณาสภาพความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาได้ดีพอสมควรแล้ว จิตก็จะไม่พิจารณาอารมณ์ที่ผ่านเข้ามา แต่จะกำหนดสิ่งที่เป็นอารมณ์หลักโดยไม่ขาดระยะ และในช่วงนี้ อินทรีย์ ๕ คือ ศรัทธา – ความเชื่อ วิริยะ – ความเพียรพยายาม สติ – ความระมัดระวัง สมาธิ – ความตั้งใจมั่น ปัญญา – ความรู้แจ้ง ก็จะสม่ำเสมอกัน คือไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เมื่ออินทรีย์ ๕ เสมอกันแล้ว คืออยู่ในระดับเดียวกันแล้ว จิตก็เหมือนกับได้รับการยกให้สูงขึ้น และมีประสิทธิภาพสูง ส่วนนามรูปที่เป็นอารมณ์ก็จะปรากฏอาการเกิดดับเร็วมาก

ในเวลาหายใจเข้าครั้งหนึ่ง ๆ อาการพองของท้องก็จะปรากฏเป็นลำดับหลายขั้นตอนทีเดียว ในเวลาหายใจออกครั้งหนึ่ง ๆ อาการยุบของท้องก็จะปรากฏเป็นลำดับ หลายขั้นตอนเช่นกัน และแม้แต่ในเวลาเปลี่ยนอิริยาบถ มีการยืดแขน หดขา หรือเคลื่อนไหวอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง อาการเหล่านั้นก็จะปรากฏชัดให้เห็นเป็นลำดับ การสั่นสะเทือนภายในกายหรือการกระทบกันของอวัยวะต่าง ๆ ก็จะปรากฏเร็วและกว้างขวางมากสำหรับบางคน ในบางช่วงอาจมีอาการคันยุบ ๆ ยิบ ๆ เกิดขึ้นทั่วตัว หรืออาการเจ็บปวดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดแล้วเกิดอีกชั่วครู่ชั่วคราว แล้วก็หายไป แต่โดยส่วนมากแล้ว จะไม่ค่อยรุนแรง

ในขณะที่อารมณ์เกิดขึ้นมากมายและรวดเร็วอย่างนี้ เราจะกำหนดอารมณ์เหล่านั้น โดยระบุออกมาเป็นชื่อทั้งหมดไม่ได้ เพราะจะทำให้ตามไม่ทันอารมณ์ เพียงแต่ให้เราใช้สติตามกำหนดเฉพาะอารมณ์ที่ชัดเจนเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องนึกถึงชื่ออาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

หากมัวแต่ไปกังวลอยู่เพื่อที่จะจับชื่อของอารมณ์ให้ครบ ก็จะเกิดอาการเหนื่อยล้า ด้วยเหตุนั้น ให้กำหนดไปตามจังหวะธรรมชาติ และให้กำหนดเฉพาะอารมณ์ที่ปรากฏชัดเพียงอย่างเดียว การกำหนดรู้ในอารมณ์ปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญในเวลาเช่นนี้ ส่วนอาการพอง – ยุบ ให้ปล่อยไว้ก่อน ให้ตามกำหนดรู้อารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีกในทวารทั้ง ๖ ให้ได้ก่อน แต่ถ้าการตามกำหนดนั้นไม่ดี หรือไม่สะดวกก็ให้กลับมากำหนดอารมณ์ที่ตนใช้กำหนดเป็นหลักตามเดิม

นามรูปทั้งหลายล้วนเกิดดับรวดเร็วมากปานสายฟ้าแลบ หรือเร็วกว่าสายฟ้าแลบหลายเท่าตัวทีเดียว การที่เราสามารถตามกำหนดรู้รูปนามซึ่งเกิดดับรวดเร็วขนาดนั้นได้ แสดงว่าญาณของเราแก่กล้าแล้ว ยิ่งเมื่อญาณแก่กล้า ก็สามารถกำหนดรู้ลำดับความเกิดได้โดยสิ้นเชิง พอมาถึงตอนนี้ สติ ตัวระมัดระวัง ก็จะมีประสิทธิภาพที่มั่นคงมาก หากมีรูปนามซึ่งเป็นอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น สตินี้จะรีบทำหน้าที่กำหนดทันทีราวกับแล่นเข้าสู่อารมณ์นั้นเลยทีเดียว อารมณ์นั้นก็จะปรากฏชัดราวกับว่าตกลงมาบนสตินั้น ถัดจากนั้นญาณปัญญาก็จะเกิดขึ้น ตามรู้แจ้งอารมณ์ทุก ๆ อย่างได้ โดยไม่สับสนกันเลย ด้วยเหตุนี้นักปฏิบัติหรือที่เรียกว่าโยคี อาจนึกเอาว่า “นามรูปทั้งหลายเหล่านี้เกิดดับรวดเร็วมาก เหมือนกับเครื่องจักร แต่ถึงแม้จะรวดเร็วปานนี้ ก็ยังสามารถไปอย่างนี้ก็ได้ แต่ก็พึงทราบว่า นี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจของสมาธิญาณพิเศษที่ตนไม่เคยเข้าถึงหรือเคยพบเห็นมาก่อนโดยประจักษ์ได้ด้วยตัวเอง

บางครั้ง แสงสว่างจะปรากฏน้อยบ้างมากบ้าง ตามกำลังของสมาธิ เราเรียกแสงสว่างนั้นว่า โอภาส

  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view