เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 04/06/2019
สถิติผู้เข้าชม 730,030
Page Views 919,743
สินค้าทั้งหมด 1
 

วิปัสสนาชุนี

วิปัสสนาชุนี

วิธีเพิ่มจังหวะการกำหนด

พอกำหนดไปได้หลายวัน การกำหนด ๒ ระยะคือ “พองหนอ – ยุบหนอ” ก็จะรู้สึกง่ายเสียแล้ว ดูแล้วคล้ายกับว่าระหว่างพอง –ยุบนั้นห่างกันเหลือเกิน ดังนั้น ให้เราพิจารณาตัวเราว่า ขณะนี้เรากำลังนั่งหรือยืน หรือนอน หากกำลังนั่งอยู่ ก็ให้เพิ่มกิริยาการนั่งไปกำหนดด้วย โดยกำหนดว่า “พองหนอ – ยุบหนอ” นั่นแหละ หากนอนอยู่ก็ให้กำหนดว่า “พองหนอ – ยุบหนอ – นอนหนอ” แต่ถ้ากำหนด ๓ ระยะแล้วยังเกิดความรู้สึกว่า ระยะของการกำหนดยังห่างกันอยู่มาก ก็ให้เปลี่ยนมาเป็น ๔ ระยะ คือ ขณะที่กำลังนั่งกำหนดอยู่ ก็ให้กำหนดว่า “พองหนอ – ยุบหนอ – นั่งหนอ – ถูกหนอ” คำว่า “ถูกหนอ ๆ” นี้ หมายถึงอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งที่มีการกระทบสัมผัสอย่างเห็นได้ชัด เช่น ก้นกระทบกับพื้น หลังกระทบกับพื้นก็ให้รู้ส่วนนั้น แล้วกำหนดว่า “ถูกหนอ” เป็นระยะที่ ๔ 

หากกำหนดตามระยะเหล่านี้แล้วไม่ค่อยได้ผล ก็ให้เปลี่ยนมากำหนดอาการนั่งเป็น ๓ ระยะ โดยเอาคำว่า “ถูกหนอ” ออกแล้วกำหนดว่า “พองหนอ – ยุบหนอ – นั่งหนอ” ในขณะที่กำลังนอนก็ให้กำหนดตามวิธีนี้แหละเพียงแต่เปลี่ยนชื่ออิริยาบถที่กำหนดเท่านั้นเอง

ขณะที่กำลังเอาใจใส่ในการกำหนดอาการภายในกายนั้นอยู่ เช่น อาการพองหนอ – ยุบหนอ เป็นต้นนั้น ถ้ามีอารมณ์อื่นจรมา ซึ่งชัดเจนกว่าอาการพอง อาการยุบ ก็ให้กำหนดตามอารมณ์นั้น ๆ เสร็จแล้วก็กลับมากำหนดอาการพองหนอ – ยุบหนอ ตามเดิม บางครั้งหากมีอารมณ์พิเศษเกิดขึ้น เช่น มีสตรี บุรุษเดินผ่านมาให้เราเห็น เราก็จะต้องกำหนดอาการเห็นนั้นว่า “เห็นหนอ ๆ” ซึ่งจะต้องกำหนดจนอารมณ์นั้นหายไปแล้วค่อยกลับมากำหนดพองหนอ – ยุบหนอ ตามเดิม หากได้ยินเสียงคนพูดกัน ได้ยินเสียงดนตรี หรือได้ยินเสียงอะไรก็แล้วแต่ เช่น หมาเห่า นกร้อง ไก่ขัน ก็ให้กำหนดว่า “ได้ยินหนอ ๆ” ให้กำหนดจนกว่าเสียงนั้นจะหายไป แล้วจึงกลับมากำหนอพองหนอ – ยุบหนอตามเดิม

อนึ่ง อย่าลืมว่าหากเราไม่สามารถกำหนดอารมณ์พิเศษเหล่านี้ได้ อาการพอง - ยุบก็อาจจะไม่ปรากฏชัดแก่เราได้ บางทีกำหนดอยู่ดี ๆ ความคิดที่เป็นกิเลสที่เกิดขึ้น หากเป็นเช่นนั้นก็ให้กำหนดว่า “คิดหนอ ๆ” พอกาการคิดนั้นหายไปแล้ว ก็กลับมากำหนดอาการพอง – ยุบตามเดิม หากลืมกำหนดอาการเคลื่อนไหวกาย หรืออาการเคลื่อนไหวของจิต(ความคิด) ถ้าระลึกได้เมื่อไรก็ให้กำหนดทันทีว่า “คิดหนอ ๆ” จะเป็นตอนต้น ตอนกลาง หรือตอนปลายของความคิดก็ตาม ให้กำหนดจนเบาบางไปหรือหายไปเลย แล้วค่อยกลับมากำหนด “พอง – ยุบ” ตามเดิม หากลมหายใจเข้า – ออกมีความละเอียดมากขึ้น ก็จะทำให้อาการพอง – ยุบไม่ชัดเจน หรือกำหนดไม่สะดวก ในกรณีเช่นนี้ให้เปลี่ยนไปกำหนดอาการนั่ง หรือความรู้สึกเย็น ร้อน อ่อน แข็ง หรืออาการถูกกระทบสัมผัสต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นติดต่อกันไม่ขาดสายของอารมณ์ สำหรับอาการกระทบนั้นให้ย้ายกำหนดไปตามจุดต่าง ๆ ที่เห็นว่าสามารถกระทบกับสิ่งอื่นได้ประมาณห้าหรือหกจุด

บางทีเมื่อนั่งนาน ๆ หรือจิตคิดไปว่า “ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย” ก็อาจทำให้เกิดความเกียจคร้านได้ เมื่อความเกียจคร้านเกิดขึ้นก็ให้กำหนดว่า “เกียจคร้านหนอ ๆ” อาการอย่างนี้อาจปรากฏได้ ถ้าเรายังไม่มีสติ สมาธิ ญาณที่แก่กล้าซึ่งดูแล้วคล้าย ๆ กับว่า การที่เรากำหนดอยู่นี้ ไม่เห็นมีอะไรพิเศษขึ้นเลย อาจทำให้เกิดความสงสัยลังเลใจขึ้นได้ หากเกิดความสงสัยขึ้นมา ก็ให้รีบกำหนดความสงสัยนั้นว่า “สงสัยหนอ ๆ” ขณะที่ปฏิบัติอยู่ ความหวังว่าจะได้เห็นธรรมวิเศษอาจเกิดขึ้นแก่เราก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นให้กำหนดว่า “หวังหนอ ๆ” หรือ “อยากได้หนอ ๆ” บางทีเราอาจใคร่ครวญถึงสิ่งที่เราเคยจดจำไว้แต่ก่อนก็ได้ หากการใคร่ครวญเกิดขึ้น ให้เรากำหนดว่า “ใคร่ครวญหนอ ๆ” หรือบางทีพิจารณาอยู่ ก็ให้เรากำหนดว่า “พิจารณาหนอ ๆ” ซึ่งบางทีอาจกำหนดได้ไม่ดี อาจเป็นเหตุให้เสียใจได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็ให้เรากำหนดอาการเสียใจนี้ว่า “เสียใจหนอ ๆ” หรือ “รำคาญหนอ ๆ” แต่ถ้าบางทีกำหนดได้ดี เราก็จะรู้สึกดีใจ

ถ้าหากอาการดีใจเกิดขึ้นก็ให้กำหนดว่า “ดีใจหนอ ๆ” จงจำไว้เลยว่า เราจะต้องกำหนดอาการคิดของจิตทุก ๆ ขณะจิตที่เกิดขึ้น พอกำหนดอาการคิดของจิตจนกระทั่งจิตสงบดีแล้ว ก็ให้กลับมากำหนดพองหนอ – ยุบหนอต่อไป การกำหนดกัมมัฏฐานที่จะให้ได้ผลดีที่สุด จะต้องกำหนดติดต่อกันทั้งกลางวันและกลางคืน (ยกเว้นเวลาหลับ) อย่าให้ขาดช่วงแม้สักนิดเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เริ่มฝึกครั้งแรก ให้เราตั้งใจอย่างแน่วแน่ไว้ว่า “เราจะกำหนดติดต่อกันโดยไม่หลับไม่นอนเลย” ถ้ายังไม่ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ก็ให้พยายามกำหนดตามที่ตั้งใจไว้ เพราะเมื่อวิปัสสนาญาณของเราแก่กล้าแล้ว แม้จะไม่นอนเลยก็สามารถอยู่ได้

 

  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view