เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 04/06/2019
สถิติผู้เข้าชม 730,032
Page Views 919,745
สินค้าทั้งหมด 1
 

วิปัสสนาชุนี

วิปัสสนาชุนี

ในขณะที่ปฏิบัติอยู่ หากเกิดอาการคันที่ใดที่หนึ่ง ก็ให้เอาใจไปจดจ่อกำหนดอาการคันนั้น คือให้กำหนดว่า “คันหนอ ๆ” มันจะค่อย ๆ หายไปเอง และเมื่อหายคันแล้ว ก็ให้กลับมากำหนด “พองหนอ – ยุบหนอ” ตามเดิม เว้นไว้แต่ถ้าอาการคันนั้นกำเริบมาก จนทำให้อยากเกา ก็ให้กำหนดว่า “อยากเกาหนอ ๆ” ในขณะที่ยื่นมือไป เกาก็ให้กำหนดว่า “ยื่นหนอ ๆ” เมื่อมือกระทบกับที่ ๆ เราต้องการจะเกาก็ให้กำหนดว่า “ถูกหนอ ๆ “ เสร็จแล้วก็กลับมากำหนด “พองหนอ – ยุบหนอ” ตามเดิม

ในขณะที่กำลังนั่งกำหนด “พองหนอ – ยุบหนอ” อยู่ หากเกิดอาการเจ็บปวดกายที่ใดที่หนึ่ง ก็ให้เอาใจไปกำหนดอาการเจ็บปวดนั้น ๆ หากปวดก็กำหนดว่า “ปวดหนอ ๆ” หากเจ็บก็กำหนดว่า “เจ็บหนอ ๆ” หากมีอาการชาก็ให้กำหนดว่า “ชาหนอ ๆ” หากจุกเสียดก็กำหนดว่า “จุกเสียดหนอ ๆ” หากเหนื่อยก็กำหนดว่า “เหนื่อยหนอ ๆ” หากเวียนศีรษะก็กำหนดว่า “เวียนหนอ ๆ” ให้พยายามกำหนดให้ได้จังหวะพอดีคือไม่เร็วเกินไปและไม่ช้าเกินไป ให้สังเกตว่าในขณะที่เรากำลังตามกำหนดดูเวทนาที่เกิดขึ้นแก่เราอยู่นั้น บางทีเวทนาก็หายไปเฉย ๆ ก็มี บางทียิ่งกำเริบแทบจะทนไม่ไหวก็มี ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น อย่าได้ท้อใจ ให้ฝืนกำหนดต่อไปเถิด เดี๋ยวอาการที่กำเริบก็จะหายไปโดยธรรมชาติของมันเอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะหายกันทั้งนั้น แต่ถ้าหากทนไม่ได้จริง ๆ ก็ให้เปลี่ยนอิริยาบถนั้นเสีย โดยเปลี่ยนอิริยาบถนั่งใหม่แล้วให้กลับมากำหนด “พองหนอ – ยุบหนอ” ตามปรกติที่เคยกำหนด พยายามกำหนดอย่าให้ขาดช่วง ในบางคนพอสมาธิมีกำลังแก่กล้า ซึ่งอยู่ในช่วงขณะที่กำลังกำหนดได้อารมณ์ปัจจุบันอยู่พอดี ๆ เวทนาความเจ็บปวดก็เกิดขึ้นจนแทบจะทนไม่ได้ เช่น อาจปรากฏเหมือนกับมีอะไรมาตันอยู่ที่ทรวงอก ทำให้หายใจไม่สะดวกก็มี บางทีเจ็บเหมือนกับโดนปลายมีดแหลมทิ่มก็มี บางทีร้อนเหมือนกับโดนน้ำร้อนลวกก็มี หรือเจ็บ เสียว ๆ เหมือนกับโดนเข็มแทงก็มี บางทีร้อนเหมือนกับโดนน้ำร้อนลวกก็มี หรือเจ็บเสียว ๆ เหมือนกับโดนเข็มแทงก็มี หรือปวดยุบ ๆ ยิบ ๆ เหมือนกับโดนพวกหนอนบุ้งไต่ขึ้นก็มี บางทีเกิดอาการคัน อาการปวดแสบจนทนไม่ไหวก็มี จนทำให้บางคนเกิดความกลัว ถึงกับไม่กล้านั่งกำหนดก็มี หากหยุดชะงักไม่กำหนดเวทนานั้นก็จะหายไปทันที และเมื่อกลับตั้งต้นกำหนดใหม่อีกครั้ง พอถึงจังหวะสมาธิดี อาการเจ็บปวดแบบนี้ก็จะปรากฏขึ้นมาให้เห็นอีก อย่าไปกลัวมันเลย มันไม่ใช่โรคร้าย และก็ไม่ใช่เวทนาหนักหนาสาหัส มันเป็นเพียงเวทนาสามัญที่เคยมีอยู่ในตัวเรามาก่อนนั่นเอง ซึ่งแต่ก่อนนั้นที่มันไม่ปรากฏก็เพราะยังมีอารมณ์อื่นที่ปรากฏชัดกว่า จึงดูเหมือนกับว่าไม่มีเวทนาปรากฏ แต่เมื่อสมาธิจิตดีขึ้น เวทนาเหล่านี้ก็จะออกมาปรากฏให้เห็นด้วยอำนาจของสมาธิจิต โดยจะปรากฏตามสภาวธรรม ซึ่งถ้าเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ ให้เอาใจไปกำหนดเวทนานั่นแหละ จนกว่าเวทนานั้นจะหายไป กำหนดไปเถิดไม่มีอันตรายอะไรหรอก และก็ไม่มีอะไรเสียหายด้วย แต่ถ้าหากไม่ยอมกำหนดเวทนาที่เกิดขึ้น พอเวลาเรามีสมาธิดีถึงขั้นนี้อีก เวทนานั้นก็จะปรากฏให้เห็นอยู่อย่างนี้เหมือนเดิม ดังนั้น ให้พยายามฝืนใจกำหนดไปเรื่อย ๆ แล้วเวทนาก็จะหายไปเอง จะหายเป็นปลิดทิ้งทีเดียว และหลังจากที่หายไปด้วยอำนาจการกำหนดดังกล่าวแล้ว ต่อไปก็จะไม่มีมาปรากฏให้เห็นอีก

ในขณะที่กำลังนั่งปฏิบัติอยู่ ถ้าอยากเอนกายก็ให้กำหนดว่า “อยากเอนหนอ ๆ” และในขณะที่เอนกายอยู่ ก็ให้กำหนดว่า “เอนหนอ ๆ” บางรายในขณะที่กำลังนั่งกำหนดอยู่ดี ๆ จะเกิดอาการเอนไปเอนมาก็มี ถ้าเกิดอาการเช่นนี้อย่าได้กลัวไปเลย พยายามตั้งสติเพื่อมิให้เอนไปเอนมา ให้มั่นใจว่า ถ้ากำหนดไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็หายไปเอง และให้เอาใจไปกำหนดอาการเอนนั้นว่า “เอนหนอ ๆ “ พยายามอย่าให้เร็วเกินไปหรือช้าเกินไป หากเกิดอาการโยกเอนมากจนเกือบจะตั้งกายไม่อยู่ ก็ให้พิงกับฝา หรือเสาก็ได้ หรือจะเอนกายนอนลงไปก็ได้ แล้วก็กำหนดต่อไปอีก ไม่กี่นาทีอาการนั้นก็จะหายไปเอง หากเกิดอาการสั่นก็ให้กำหนดว่า “สั่นหนอ ๆ” บางทีขณะที่จิตมีสมาธิดี ๆ จะเกิดอาการซู่ซ่าหรืออาการขนลุกก็มี บางทีจะเกิดอาการเย็น ๆ บนหลังหรือทั่วทั้งร่างกายก็มี ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็อย่าได้กลัว เพราะนั่นเป็นสภาวะของปีติที่กำลังเกิดขึ้น บางครั้งเกิดอาการสะดุ้งเองจากได้ยินเสียงก็มี อาการเช่นนี้ก็อย่ากลัว มันเป็นอาการของสภาวะให้กำหนดรู้อาการผัสสะชนิดรุนแรงตามอำนาจของสมาธิ

เวลาต้องการเปลี่ยนท่าวางมือ – เท้า หรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งก็ให้กำหนดจิตอยากนั้น กำหนดเรียกอิริยาบถต่าง ๆ ตามที่ได้แสดงไว้แล้วนั้นแหละ และต้องระวังอย่าให้เร็วหรือช้าเกินไป แต่กำหนดให้ได้จังหวะพอดี ๆ ตามธรรมชาติที่สุด

ในขณะที่ปฏิบัติอยู่ หากอยากดื่มน้ำก็ให้กำหนดว่า “อยากดื่มหนอ ๆ” หากคิดอยากจะลุกก็ให้กำหนดว่า “อยากลุกหนอ ๆ” ในขณะที่กำลังลุกก็ให้กำหนดตามอาการของมือ – เท้าที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ เช่น เวลาลุก ก็ให้กำหนดว่า “ลุกหนอ ๆ” เวลายืนตรง ๆ ก็ให้กำหนดว่า “ยืนหนอ ๆ” ในขณะที่มองเห็นอารมณ์ต่าง ๆ ก็กำหนดว่า “เห็นหนอ ๆ” หรือจะกำหนดว่า “ขวาย่างหนอ – ซ้ายย่างหนอ” ก็ได้ ให้กำหนดรู้ตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงระยะการวางเท้าลง และเวลาก้าวช้า ๆ หรือในเวลาเดินจงกรมทุก ๆ ก้าว ก็ให้กำหนดว่า “ยกหนอ – เหยียบหนอ” ก็ได้ โดยให้กำหนดเป็นสองระยะ และเมื่อกำหนดสองระยะได้คล่องแล้ว ให้กำหนดสามระยะเป็น “ยกหนอ – ย่างหนอ – เหยียบหนอ” ต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงที่วางหม้อน้ำดื่ม และขณะที่มองดูหม้อน้ำดื่ม (ที่ใส่น้ำดื่ม) ก็ให้กำหนดว่า “เห็นหนอ” พอหยุดก้าวเท้าก็กำหนดว่า “หยุดหนอ ๆ” เมื่อจะเอามือยื่นไปจับแก้วน้ำก็กำหนดว่า “ยื่นหนอ ๆ” ขณะที่มือไปกระทบกับแก้วน้ำก็กำหนดว่า “ถูกหนอ ๆ” ขณะที่จับแก้วน้ำก็กำหนดว่า “จับหนอ ๆ” หรือ “ถือหนอ ๆ” ขณะที่กำลังใช้แก้วตักน้ำก็กำหนดว่า “ตักหนอ ๆ” ขณะที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก็กำหนดว่า “ยกหนอ ๆ” ขณะที่แก้วน้ำกระทบกับริมฝีปากก็กำหนดว่า “ถูกหนอ ๆ” หรือ “กระทบหนอ ๆ” หากรู้สึกเย็น ก็กำหนดว่า “เย็นหนอ ๆ” ในขณะที่กำลังดื่มก็กำหนดว่า “ดื่มหนอ ๆ” ขณะที่กลืนก็กำหนดว่า “กลืนหนอ ๆ” หรือจะกำหนดทีเดียวว่า “ดื่มหนอ – กลืนหนอ ๆ” ก็ได้ แล้วแต่จะสะดวก หากรู้สึกเย็นที่ช่องคอหรือภายในท้องก็กำหนดว่า “เย็นหนอ ๆ” ในขณะที่วางแก้วน้ำก็กำหนดว่า “วางหนอ ๆ” ขณะที่วางมือลง (หลังจากที่วางแก้วไว้แล้ว) ก็กำหนดว่า “วางหนอ ๆ” หากมือไปถูกกับตัวก็กำหนดว่า “ถูกหนอ ๆ” หากต้องการจะกลับก็กำหนดว่า “อยากกลับหนอ ๆ” ขณะที่กำลังกลับก็กำหนดว่า “กลับหนอ ๆ” เมื่อเริ่มก้าวเท้ากลับให้กำหนดตามวิธีที่บอกไว้ข้างต้นนั่นแหละ เมื่อต้องการหยุดก็ให้กำหนดว่า “อยากหยุดหนอ ๆ” ขณะที่กำลังหยุดก็ให้กำหนดว่า “หยุดหนอ ๆ” หากเกิดความคิดอยากจะนั่งก็ให้กำหนดว่า “อยากนั่ง
หนอ ๆ” ในขณะที่กำลังนั่งก็ให้กำหนดว่า “นั่งหนอ ๆ” ในขณะที่กำลังนั่ง ก็ให้เอาใจใส่กายที่กำลังโอนลงข้างล่าง ซึ่งอาจจะรู้สึกหนัก ๆ แล้วกำหนดว่า “นั่งหนอ ๆ” ในขณะที่เริ่มนั่งก็ให้กำหนดว่า “นั่งหนอ ๆ” ในขณะที่กำลังนั่ง ก็ให้เอาใจใส่กายที่กำลังโอนลงข้างล่าง ซึ่งอาจจะรู้สึกหนัก ๆ แล้วกำหนดว่า “นั่งหนอ ๆ” ในขณะที่เริ่มนั่งก็จะต้องมีการเตรียมมือเตรียมเท้าแล้วให้กำหนดตามอาการเคลื่อนไหวของมือและเท้านั้นด้วย พอไม่มีอะไรพิเศษที่จะให้กำหนดแล้ว (นั่งเรียบร้อยแล้ว) ก็กลับมากำหนดว่า “พองหนอ – ยุบหนอ ๆ” ตามเดิม

  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view