เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 04/06/2019
สถิติผู้เข้าชม 729,991
Page Views 919,704
สินค้าทั้งหมด 1
 

วิปัสสนาชุนี

วิปัสสนาชุนี

              เริ่มต้น – นักปฏิบัติผู้ปรารถนามรรค – ผล – นิพพานในชาตินี้ จำเป็นต้องตัดปลิโพธ ความกังวลต่าง ๆ ออกให้หมด จะต้องชำระศีลของตนให้บริสุทธิ์ ต้องน้อมใจว่า “ขอให้ศีลนี้จงเป็นเหตุ เป็นปัจจัยแก่มรรค – ผลด้วยเถิด” หากสงสัยว่าเคยล่วงเกินอริยุปวาทกรรม หมายความว่า เคยพูดติเตียนบุคคลผู้เคยผ่านการปฏิบัติมาก่อน ก็ให้ขอขมากับบุคคลนั้นเสีย หากไปหาบุคคลนั้นโดยตรงไม่ได้ ก็ให้ขอขมากับพระอาจารย์ผู้สอนกัมมัฏฐาน ทั้งนี้ การมอบตัวต่อพระพุทธเจ้าจะทำให้ไม่กลัวต่ออารมณ์ที่น่ากลัวซึ่งอาจมีมาปรากฏ ส่วนการมอบตัวต่อพระอาจารย์นั้น เผื่อว่าพระอาจารย์จะได้ว่ากล่าวตักเตือนโดยไม่ต้องเกรงอกเกรงใจ นี้เป็นคำสั่งของพระกัมมัฏฐานาจารย์ แต่ถึงแม้จะไม่ได้มอบตัวกับใคร ถ้าหากสนใจในการปฏิบัติอย่างจริงจังก็สามารถไปถึงมรรค – ผลได้เช่นกัน จะต้องตั้งปณิธานจิตไว้เสมอว่า พระนิพพานนี้ประเสริฐนัก สามารถดับทุกข์ดับขันธ์อันได้แก่นามรูปได้โดยสิ้นเชิง แม้อริยมรรคก็ประเสริฐนัก สามารถฆ่ากิเลสและสามารถมองเห็นนิพพานได้โดยตรง เราอาศัยวิปัสสนากัมมัฏฐานนี้แล้ว จะเข้าถึงพระนิพพานได้โดยแน่แท้ทีเดียว จะต้องให้กำลังใจแก่ตัวเองอยู่เสมอว่า แม้แต่พระพุทธเจ้าและพระอริยบุคคลทั้งหลายก็อาศัยวิปัสสนานี้แหละเป็นทางนำไปสู่พระนิพพาน และหลังจากนั้นก็พยายามระลึกถึงพระคุณของพระพุทธองค์เท่าที่ตนเคยได้รู้ได้ยินมา แล้วจึงแผ่เมตตาให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลายนับตั้งแต่เทวดาเป็นต้น โดยนัยเป็นต้นว่า “ขอให้สรรพสัตว์จงมีแต่ความสุขเถิด จงอย่ามีความทุกข์เลย จงอย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย” และหลังจากนั้นให้เจริญอสุภกัมมัฏฐานเท่าที่สามารถจะเจริญได้ และให้นั่งขัดสมาธิ หรือจะนั่งแบบไหนก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละบุคคล แต่พยายามให้ขาทั้ง ๒ อยู่ในท่าที่สบาย ๆ

วิธีกำหนดเบื้องต้น

เริ่มต้น – ให้เอาจิตไปกำหนดที่ท้องของตน จะเห็นอาการพองและอาการยุบปรากฏอยู่ที่ท้อง หากไม่ปรากฏ ให้เอามือคลำที่ท้องดูสักระยะหนึ่ง อาการพองที่ท้องก็จะปรากฏ และให้กำหนดอาการพองของท้องว่า “พองหนอ” ในขณะเดียวกัน เวลาหายใจออก อาการยุบจะปรากฏที่ท้อง ก็ให้กำหนดอาการยุบของท้องนั้นว่า “ยุบหนอ” อาการทั้ง ๒ นี้จะต้องปรากฏชัด จึงจะถือว่าใช้ได้ และอย่าสับสนเกี่ยวกับอาการทั้ง ๒ ว่าเป็นเพียงการกำหนดบัญญัติเท่านั้น แต่พึงทราบไว้ว่า ในระยะเริ่มต้นกำหนดนี้ เราจะละทิ้งบัญญัติไปหมดเลยไม่ได้  เมื่อได้กำหนดรู้บัญญัติแล้วนั่นแหละ สติ สมาธิ และญาณปัญญาจึงจะแก่กล้า และเมื่อญาณปัญญาแก่กล้าถึงที่สุดแล้ว อารมณ์ที่เป็นบัญญัติทั้งหมดก็จะหายไป ในขณะเดียวกันก็จะเข้าถึงสภาพที่เป็นปรมัตถ์โดยส่วนเดียว นอกจากนี้ การกำหนดนาม – รูป ที่ปรากฏในทวารทั้ง ๖ ได้ตามลำดับนั่นแหละ คือการเจริญวิปัสสนาขั้นสมบูรณ์ ในระยะเริ่มต้นนั้นยากที่จะทำได้ เนื่องจากกำลังสติ กำลังสมาธิยังไม่เพียงพอหรือยังอ่อนกำลังอยู่ นักปฏิบัติบางคนยังไม่รู้จักวิธีการกำหนดเพราะมัวแต่คิดถึงสิ่งที่จะกำหนด ทำให้เสียเวลามากโดยใช่เหตุ

ด้วยเหตุนี้ จึงใคร่ขอแนะนำตั้งแต่เริ่มต้นกำหนดอาการพอง – ยุบ ซึ่งง่ายต่อการกำหนดจดจำ เพราะอาการพอง – ยุบปรากฏอยู่ตลอดเวลา ส่วนวิธีกำหนดสภาวธรรมที่เกิดขึ้นในขณะที่เราเข้าถึงญาณที่แก่กล้านั้นจะอธิบายไว้ในช่วงหลัง ๆ สำหรับในช่วงนี้ให้เราเริ่มต้นกำหนดว่า “พองหนอ – ยุบหนอ” ติดต่อกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้ารูปเข้ารอยเสียก่อน จงใช้จิตกำหนด อย่าใช้แต่ปากกำหนด และอย่าไปฝืนหายใจแรง ๆ จะต้องให้การหายใจเป็นไปตามธรรมชาติที่สุด อย่าให้เร็วหรือช้าเกินไป ถ้าเราหายใจแรง ๆ จะทำให้เหนื่อยง่าย

ในขณะที่กำหนด “พองหนอ – ยุบหนอ” อยู่ จิตก็จะเกิดจินตนาการไปต่าง ๆ นานา แต่จะปรากฏเป็นช่วง ๆ เท่านั้น ให้เรากำหนดสภาพจิตนั้นตามที่มันปรากฏ เช่น หากเกิดความคิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ให้กำหนดว่า “คิดหนอ ๆ” หากวิตกก็กำหนดว่า “วิตกหนอ ๆ” หากคิดถึงก็กำหนดว่า “คิดถึงหนอ ๆ” ในขณะที่จิตเลื่อนลอย คิดเห็นใครคนใดคนหนึ่ง ก็ให้กำหนดว่า “คิดเห็นหนอ ๆ” จะคิดเห็นอะไรก็แล้วแต่ในจิต ให้กำหนดว่า “คิดเห็นหนอ ๆ” ทันที จนกว่าอาการคิดเห็นนั้นจะหายไป หากคิดว่ากำลังพูดคุยกับใครคนใดคนหนึ่งอยู่ ก็ให้มีสติกำหนดรู้อาการที่พูดนั้น ครั้นกำหนดตมสภาพความคิดอย่างนี้แล้ว ก็ให้กลับมากำหนด “พองหนอ – ยุบหนอ” ตามเดิม ในขณะที่กำหนดอยู่นี้ หากเกิดอาการอยากกลืนน้ำลายก็ให้กำหนดว่า “อยากกลืนหนอ ๆ” แล้วค่อย ๆ กลืนลงไป ในขณะที่กำลังกลืนก็ให้กำหนดว่า “กลืนหนอ ๆ” หากอยากถ่มน้ำลายก็ให้กำหนดว่า “อยากถ่มหนอ ๆ” แล้วค่อย ๆ ถ่มลง ในขณะที่กำลังถ่มก็ให้กำหนดว่า “ถ่มหนอ ๆ” เสร็จแล้วก็กลับมากำหนด “พองหนอ – ยุบหนอ” ตามปกติ ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อย่าให้ขาดช่วง หากอยากก้มศีรษะ ก็กำหนดว่า “อยากก้มหนอ ๆ” หากต้องการเงยศีรษะก็ให้กำหนดว่า “อยากเงยหนอ ๆ” แล้วก็ค่อย ๆ เงย และในขณะที่กำลังเงย ก็ให้กำหนดว่า “เงยหนอ ๆ” เสร็จแล้วให้กลับมากำหนด “พองหนอ – ยุบหนอ” ตามเดิม

หากเกิดอาการเมื่อยกายที่ใดที่หนึ่ง ให้เอาใจไปกำหนดอาการเมื่อยนั้นแหละว่า “เมื่อยหนอ ๆ” กำหนดอยู่อย่างนี้จนกว่าจะหาย ซึ่งในขณะที่เรากำลังกำหนดอยู่นั้น อาการเมื่อยก็จะค่อย ๆ หายไป หรืออาจจะเกิดอาการเมื่อยมากกว่านั้น จนแทบจะทนไม่ไหวเลยก็เป็นได้ ซึ่งหากทนไม่ได้ จำต้องเปลี่ยนอิริยาบถก็ให้กำหนดว่า “อยากเปลี่ยนหนอ ๆ” เวลาเปลี่ยนก็ให้กำหนดตามอิริยาบถที่เปลี่ยนนั่นแหละ เช่น หากต้องการยืดแขน ยืดขา ก็ให้กำหนดว่า “อยากยืดหนอ ๆ” และในขณะยืดก็ให้กำหนดว่า “ยืดหนอ ๆ” หากต้องการจะยกขา ก็ให้กำหนดว่า “อยากยกหนอ ๆ” และในขณะที่ยก ก็ให้กำหนดว่า “ยกหนอ ๆ” หากต้องการจะงอแขนและขาก็ให้กำหนดว่า “อยากงอหนอ ๆ” และในขณะที่งอ ก็ให้กำหนดว่า “งอหนอ ๆ” หากต้องการวางก็ให้กำหนดว่า “อยากวางหนอ ๆ” ขณะที่กำลังวางก็ให้กำหนดว่า “วางหนอ ๆ” หากกระทบเข้ากับที่ใดที่หนึ่งก็ให้กำหนดว่า “ถูกหนอ ๆ” เมื่อเปลี่ยนอิริยาบถแล้ว อาการเมื่อยจะหายไป หรือมันหายไปเอง ในขณะที่กำลังกำหนดอยู่ ก็ให้เรากลับมากำหนด “พองหนอ – ยุบหนอ” ตามเดิม เมื่อเกิดอาการร้อนกายที่ใดที่หนึ่งก็ให้เอาใจไปกำหนดอาการร้อนนั้นว่า “ร้อนหนอ ๆ” ให้พยายามกำหนดไปจนกว่าอาการร้อนจะหายไป และเมื่อหายไปแล้วก็กลับมากำหนด “พองหนอ – ยุบหนอ” ตามเดิม แต่ถ้าอาการร้อนเกิดขึ้นมากจนไม่สามารถทนได้ จนทำให้อยากเปลี่ยนอิริยาบถ ก็ให้กำหนดตามให้ทันว่า “อยากเปลี่ยนหนอ ๆ” และในขณะที่เปลี่ยนอิริยาบถอยู่นั้น ก็ให้กำหนดว่า “เปลี่ยนหนอ ๆ” กำหนดเหมือนกับอิริยาบถอื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้วนั่นแหละ เพียงแต่เปลี่ยนคำเรียกตามอิริยาบถที่เปลี่ยนเท่านั้น เมื่อเสร็จแล้ว (อาการร้อนหายไปแล้ว) ก็ให้กลับมากำหนด “พองหนอ – ยุบหนอ” ต่อไป อย่าหยุดกลางค้น เพราะจะทำให้เสียสมาธิ

  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view