เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 26/04/2012
ปรับปรุง 04/06/2019
สถิติผู้เข้าชม 730,005
Page Views 919,718
สินค้าทั้งหมด 1
 

วิปัสสนาชุนี

วิปัสสนาชุนี

นอกจากนี้ ในการกำหนดอาการพอง – ยุบ – นั่ง – คิด(งอ) – ยื่นออก – เมื่อย เป็นต้น ก็เช่นเดียวกัน และเราจะสามารถแยกแยะออกว่า อาการ(อารมณ์) เหล่านี้จะเกิดดับก่อนหรือหลังกันเพียงเล็กน้อย เราจะรู้ว่าอารมณ์นั้นเกิดก่อน ส่วนจิตที่กำหนดเกิดเป็นอันดับที่ ๒ และดับไปก่อนกันตามลำดับ นักปฏิบัติบางคนยังสามารถรู้เพิ่มขึ้นไปอีกถึงความเกิดดับ ๓ อย่าง คือของอารมณ์ที่อุบัติขึ้นตอนแรก และของจิตที่กำหนดซึ่งเกิดขึ้นเป็นที่ ๒ และของจิตที่รับรู้ซึ่งเกิดมาเป็นที่ ๓ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หากสามารถรู้อารมณ์กับจิตแม้เพียง ๒ ระยะได้เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

เมื่อเราสามารถกำหนดความดับของอารมณ์และจิตได้อย่างต่อเนื่องแล้ว การกำหนดก็จะสะอาดผ่องใสและญาณที่ทำหน้าที่รู้ว่า “สังขารนิมิต มีกาย ศีรษะ มือ เท้า เป็นต้น หรือ ฆนบัญญัติ รูปร่างที่เป็นตัวเป็นตน ไม่เห็นมีปรากฏเลย คงมีแต่ความดับแล้วดับอีกเท่านั้น” ก็จะเกิดขึ้น ด้วยเหตุนั้น เมื่อญาณนี้เกิดขึ้นครั้งแรก บางคนอาจเข้าใจไปต่าง ๆ ว่าการกำหนดนี้เลื่อนลอย ไม่หนักแน่นเอาเสียเลย ความคิดเช่นนี้ย่อมไม่สมควร

โดยปรกติแล้วจิตจะเพลิดเพลินในอารมณ์คือสังขาร – นิมิตที่เป็นฆนบัญญัติที่มีตัวตน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของดวงจิต พอจิตไม่ได้เพลิดเพลินในอารมณ์ที่ตนชอบเหมือนครั้งก่อน ก็จะเกิดความไม่พอใจชึ้น แต่กำลังญาณนั้นจะบริบูรณ์ขึ้นและพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อตอนที่วิปัสสนาญาณยังไม่แก่กล้า ถ้าเห็น ได้ยินหรือกระทบกับอารมณ์ เราจะรู้ได้เพียงขั้นบัญญัติเท่านั้น แต่พอวิปัสสนาญาณแก่กล้าแล้ว สภาพอาการดับไปสิ้นไป จะปรากฏแก่เราอย่างถี่ยิบ และญาณคือการรับรู้ว่า ความดับไปสิ้นไปก็จะแล่นนำหน้า เว้นเสียแต่ว่าเราจะคิดอยู่บ่อย ๆ จึงจะสามารถรู้บัญญัติ กล่าวคือรูปร่างตัวตน เป็นต้นได้ หากไม่คิดก็จะรู้เพียงปรมัตถธรรมในสภาพความดับเท่านั้น จิตจะไม่รับรู้บัญญัติแม้สักนิดเลย ดังนั้นจึงมีคำกล่าวสำหรับนักปฏิบัติว่า “เมื่อบัญญัติเกิด ปรมัตถ์ก็ซ่อนอยู่ เมื่อปรมัตถ์เกิด บัญญัติก็ซ่อนอยู่” พอมาถึงขั้นนี้แล้วเราก็จะรู้แจ้งด้วยตัวของเราเอง

เมื่อกำหนดถึงขั้นชัดแจ้งดีแล้ว บางทีอาจทำให้เราคิดว่า การกำหนดระหว่างข้างหน้ากับข้างหลังช่างห่างกันเสียเหลือเกิน ซึ่งความคิดเช่นนี้เป็นผลของการรู้ขณะของภวังคจิต (ดวงจิตที่ไม่รับรู้อารมณ์ปัจจุบัน) ที่เกิดขึ้นในระหว่างของวิถีจิตข้างหน้าและข้างหลัง ซึ่งเกิดขึ้นด้วยพลังของญาณที่สะอาดหมดจดและเฉียบแหลม บางทีจิตคิดอยากจะยื่นแขน – ขาหรืองอแขน – ขาเกิดขึ้น พอเรากำหนดได้ จิตนั้นก็หดหายหรือหมดกำลังไป ทำให้ไม่สามารถทำกิริยาอาการงอ หรือยื่นแขน – ขาได้ทันที กว่าจะทำได้ก็ต้องใช้เวลานาน ปรากฏการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นเพราะกำลังแห่งญาณแก่กล้าแล้ว ในโอกาสเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องกำหนดตามลำดับของอารมณ์ที่เป็นหลัก แต่ให้ขยับไปกำหนดรูปนาม หรือกิริยาอาการที่เกิดขึ้น หรือปรากฏในทวารทั้ง ๖ อย่างกว้าง ๆ

 

  Copyright 2005-2012 www.sati99.com All rights reserved.
view